ดูหนังออนไลน์ Hunters ทีมล่านาซีโหดแฝงกายในอเมริกา

ดูหนังออนไลน์

ดูหนังออนไลน์ Hunters ทีมล่านาซีโหดแฝงกายในอเมริกา เรื่องราวของเด็กหนุ่มวัยรุ่น “โจนาห์ ไฮเดลบาม” ที่ต้องเสียยาย คนในครอบครัวคนสุดท้ายไป จากเหตุมือปืนลึกลับบุกเข้ามายิงเธอในบ้าน ก่อนที่เขาจะรู้ว่าฆาตกรรายนี้เป็นนาซีที่ซ่อนเร้นกายอยู่ในอเมริกา จึงหาทางแก้แค้นด้วยตัวเอง ผ่านความช่วยเหลือของ “ไม่เยอร์ ออฟเฟอร์แมน” (รับบทโดย อัล ปาชิโน) มหาเศรษฐียิวที่ตั้งศาลเตี้ยทำทีมล่านาซีพวกนี้

โดยพระเอก “โจนาห์” เป็นหนุ่มวัยรุ่นที่หมกหมุ่นการ์ตูนแนว Super Hero กับเพื่อนสนิทอีกสองคน ซึ่งสามเกลอนี้มักจะถกกันด้วยเรื่อง Super Hero ในการ์ตูนแบบเรียลๆ (ส่วนใหญ่จะเป็นแบทแมน) ก่อนที่ตัวพระเอกเองจะต้องมาเจอกับวายร้ายในโลกจริงที่เป็นเหล่านาซีโหดกบดานซ่อนตัวอยู่ หนังเล่าเรื่องราวประหนึ่งคล้ายๆ การกำเนิดฮีโร่ในแบบเรียลๆ ที่เป็นไปได้ โดยบทหัวหน้าทีมนักล่านาซี“ไมเยอร์ ออฟเฟอร์แมน” ที่อัลปาชิโนเล่นก็เป็นเหมือนโปรเฟซเซอร์ X ผสมกับ บรูซ เวย์น มีการเรียกชื่อที่ซ่อนตัวว่าเป็น “ถ้ำค้างคาว” ซึ่งโทนของเรื่องนี้มีความเหมือนหนังแนว Super Hero มาก แต่แทนที่ด้วยตัวละครคนที่มีความสามารถพิเศษที่เป็นไปได้จริงคนละอย่าง อย่างนักปลอมแปลงตัวตนที่เป็นดาราตกอับ ทหารผ่านศึกเวียดนาม นักประดิษฐ์ จอมวางแผน อดีตสายลับเก่า Mi6 อีกทั้งยังมีการอ้างอิงพูดถึงการ์ตูนหลายเรื่องอยู่ตลอดเวลา โดยฝ่ายตัวร้ายก็เป็นนาซีที่หลบซ่อนตัว แล้วก็มีองค์กรร้ายขนาดใหญ่เป็นทฤษฎีสมคบคิดกันใหญ่โต จนเรื่องราวดูเว่อร์มากๆ แม้จะอยู่ในช่วงปี 1977 ที่ยังไม่มีพวกอุปกรณ์ทันสมัยอะไรเลยก็ตาม

แต่ Hunters ก็ไม่ได้เป็นหนังแอ็กชั่นโดยตรง เรื่องราวดำเนินไปแบบแนวสืบสวนวางแผนตามล่าหานาซีแต่ละคนในเรื่องเป็นหลัก ที่กว่าจะสืบสาวถึงตัวเป้งๆ เพื่อยืนยันว่าเป็นนาซีตัวจริงได้ก็หลายชั้นอยู่เหมือนกัน เรื่องราวทำออกมาสนุกน่าติดตามว่าพวกนี้หลบอยู่ในคราบคนปกติแบบไหน โดยระหว่างเรื่องจะมีฉากโหดๆ ทั้งของนาซีในปัจจุบันกับอดีตแทรกเข้ามาให้เห็นว่าแต่ละคนเคยทำอะไรกับยิวไว้บ้าง ซึ่งแต่ละอย่างนี่ชวนช็อคและดูวิปริตเอามากๆ อย่าง “หมากรุกคน” ที่ใช้ยิวเป็นตัวเดินฆ่ากันจริงๆ จนแอบคิดว่าเหมือนกันว่าเคยมีจริงหรือว่าแต่งเติมเพิ่มมา เพราะนาซีในเรื่องนี้โหดวิปริตกว่าเรื่องอื่นที่เคยดูมาทั้งหมดเลย แต่หนังก็มีฉากเอาคืนนาซีโหดๆ สะใจคนดูแลกกัน แล้วก็เป็นคนแก่ทั้งนั้น ทำให้เรื่องดูรุนแรงอาจจะเกินเรต 18+ ไปนิดๆ เสียด้วยซ้ำครับ นอกจากนาซีแล้วในเรื่องยังใส่ตัวละครอเมริกันที่คลั่งนาซีรวมอยู่ด้วย ซึ่งก็เป็นตัวเด่นสำคัญในเรื่องมาก นักแสดงก็เล่นได้โรคจิตน่ากลัวสมบาทบาทสุดๆ บรรยากาศตอนออกมาแต่ละครั้งดูโรคจิตน่ากลัวเกินหน้าพวกนาซีในเรื่องเสียด้วยซ้ำครับ

Hunters naziหนังมีตัวละครหลายตัวในทีม แต่หลักๆ จะเป็นเรื่องราวเจาะลึกถึงจิตใจและการกระทำของพระเอกโจนาห์เป็นหลัก จากเด็กวัยรุ่นแหยๆ บ้าการ์ตูนฮีโร่แต่สู้ใครจริงไม่ได้ อาศัยความแค้นผลักดันตัวเองฝึกสกิลต่อสู้ สืบสวนกับใช้ปืน และก็มีความสามารถถอดรหัสเป็นพรสวรรค์ติดตัวพ่วงมา จนกลายมาเป็นสมาชิกหลักของทีมล่านาซี โดยมีบททดสอบจิตใจเป็นเส้นแบ่งความรู้สึกผิดชอบชั่วดีที่หมิ่นแหม่อยู่ตลอดเวลา จากการได้เห็นสมาชิกในทีมทรมานฆ่านาซีแบบโหดๆ เอาคืนในแบบที่พวกนี้เคยทำกับยิว โดยอ้างว่าเพื่อให้ความยุติธรรมกับชาวยิวที่ถูกฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ 6 ล้านคน หนังเล่นเรื่องประเด็นเส้นแบ่งรบกวนจิตใจของพระเอกตลอดเรื่อง โดยมีตัว “ไมเยอร์ ออฟเฟอร์แมน” ที่อัลปาชิโนเล่นบทเป็นทั้งครูและผู้ปกครองดูแลพระเอก ที่พยายามสอนพระเอกให้เดินทางในทางที่ถูกต้องแบบฮีโร่ที่ต้องกล้าทำในสิ่งที่ต้องทำ กับอีกทางคือภาพความทรงจำยายที่ตายไป ที่ดูเหมือนไม่อยากให้พระเอกเลือกมาเส้นทางนี้ ซึ่งประเด็นตรงนี้เป็นบทสนทนาวนเวียนย้ำๆ กับการกระทำของพระเอกที่โลเลไปมาอาจจะน่าเบื่อสักนิด แต่ก็ถูกปูมาเพื่อนำไปใช้จบปิดท้ายเรื่องราวที่ชวนอึ้งเอามากๆ ซึ่งถ้าทนตรงนี้ได้ รับรองว่าไคลแม็กซ์ของเรื่องนี้คุ้มค่าแน่นอนครับ

นอกจากด้านตัวทีมล่ากับนาซีแล้ว หนังใส่ตัวละคร FBI หญิงผิวสีไว้ในเรื่องเป็นตัวกลางของเรื่องราวทั้งหมด ซึ่งมีบทบาทสำคัญในเรื่องสูง แต่มีจุดที่น่าเบื่อคือการพยายามยัดเรื่อง LGTB ลงไปว่าเธอเป็นเลสเบี้ยนในยุคสมัยก่อน ที่มีทั้งอันตรายกับการเปิดเผยเรื่อง และการที่สังคมวงกว้างยังไม่ยอมรับ แม้ว่าบทจะมีน้ำหนักและเข้ากับเรื่องการ “เหยียด” ที่นอกเหนือจากเชื้อชาติ แต่ก็รู้สึกว่าไม่ได้จำเป็นถึงขนาดต้องมีฉากมาเจอแฟนแล้วมีปัญหากันอยู่เรื่อยๆ ทำให้เรื่องราวดูแกว่งออกจากการตามล่านาซีในเรื่องหลักไปพอสมควรครับ

ตัวเรื่องราวอ้างอิงมาจากเหตุการณ์จริงๆ ของค่ายกักกันเอาต์วิชเป็นหลัก กับเรื่องราวการค้นพบนาซีในอเมริกาของจริงที่มีมาเรื่อยๆ ผนวกกับทฤษฎีสมคบคิดที่มีส่วนจริงมาเป็นโครงเรื่องนี้ที่มีความสมจริงอยู่ระดับหนึ่ง แต่ก็มีส่วนแต่งเติมเพิ่มมาจนไม่สมเหตุผลนักกับการไม่รับรู้ถึงแผนการร้ายต่างๆ ของหน่วยงานรัฐที่ดูไม่ใส่ใจเกินจริง ขนาดที่ว่าครอบครัวตำรวจหายไปทั้งบ้านก็ยังดูไม่ได้เดือดเนื้อร้อนใจอะไรกัน ซึ่งช่องโหว่ความไม่สมเหตุผลพวกนี้เป็นปัญหาทำให้เรื่องราวดูไม่ค่อยเมคเซนส์ในหลายๆ ครั้ง แต่ถ้าดูแบบไม่คิดอะไรก็พอมองข้ามไปได้ อีกอย่างคือหนังมีการตัดฉากอธิบายบางประเด็นของเรื่อง อย่างเหตุผลของการเกลียดยิวทำออกมาเป็นเกมโชว์เสียดสีให้ดูเว่อร์ๆ ทำให้พอจะเข้าใจได้ว่าหนังไม่ได้ต้องการความสมจริงอะไรนัก แม้ว่าเรื่องราวจะซีเรียสเครียดจริงจังมากก็ตามที